คำแนะนำจาก Tiger Woods สำหรับคนที่อยากตีกอล์ฟให้เก่งขึ้น

คำแนะนำจาก Tiger Woods สำหรับคนที่อยากตีกอล์ฟให้เก่งขึ้น

ถ้าคุณพยายามพัฒนาฝีมือในการตีกอล์ฟ คุณอาจเคยเปิด YouTube หาคลิปแนะนำการสวิง หรือเคล็ดลับในการตีลูกให้ตรงขึ้น แต่ Tiger Woods มีมุมมองที่ต่างออกไป

ที่งาน Nexus Cup ณ สนาม Liberty National Tiger บอกกับนักกอล์ฟสมัครเล่นว่า:
“อย่าดู YouTube ไปตีลูกดีกว่า”
เรามาดูว่าเขาหมายถึงอะไร และจะนำไปใช้กับการฝึกของคุณได้อย่างไร

เลิกหาทางลัด

หลายคนเชื่อว่าคลิปหนึ่งคลิปจะเปลี่ยนวงสวิงได้ทันที แต่จริง ๆ แล้ว มันไม่ง่ายแบบนั้น

กอล์ฟเป็นกีฬาที่มีรายละเอียดมาก วิธีแก้ปัญหาหนึ่ง อาจไม่ได้ผลกับทุกคน คลิปใน YouTube ส่วนใหญ่เน้นวิธีง่าย ๆ ที่ดูเหมือนจะได้ผลเร็ว แต่ความจริงมันซับซ้อนกว่านั้น

แทนที่จะหาทางลัด ลองใช้เวลาเรียนรู้ว่าวงสวิงของคุณมีปัญหาตรงไหน และจะแก้ได้อย่างไร

ฝึกให้มาก ดูให้น้อย

Tiger บอกชัดเจนว่า คุณจะเก่งขึ้นได้ด้วยการลงมือทำ ไม่ใช่แค่นั่งดู

คลิปสอนอาจช่วยให้เข้าใจพื้นฐาน แต่ถ้าดูอย่างเดียวโดยไม่ลงซ้อม มันก็ไม่เกิดผลอะไร

การเรียนรู้ที่แท้จริง ต้องเกิดจากการฝึกในสนามหรือที่สนามไดรฟ์

ฝึกแบบมีเป้าหมาย

นักกอล์ฟส่วนมากเวลาซ้อมจะตีลูกต่อเนื่องแบบรวดเร็ว หวังแค่ให้มีช็อตดี ๆ สักช็อตเกิดขึ้นเอง

แต่ Tiger ฝึกต่างจากนั้น เขาใช้เวลาระหว่างช็อต เขาหยุด คิด วิเคราะห์ ว่าช็อตเมื่อกี้เป็นอย่างไร และจะปรับตรงไหน

การฝึกแบบนี้เรียกว่า “ฝึกอย่างมีเป้าหมาย” ไม่ใช่แค่ตีให้ได้เยอะ แต่เน้นคุณภาพของแต่ละช็อต

เรียนรู้จากการลองผิดลองถูก

คำแนะนำของ Tiger ยังสื่อถึงการ พยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง

คุณอาจมีโค้ชหรือดูคลิปได้บ้าง แต่อย่าให้ทั้งหมดนั้นเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง ลองปรับ ลองเปลี่ยน แล้วสังเกตผล

เมื่อคุณเริ่มเข้าใจวงสวิงของตัวเอง คุณจะแก้ปัญหาได้เองโดยไม่ต้องพึ่งใครตลอดเวลา

ฝึกควบคุมทิศทางของลูก

อีกวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจวงสวิงของตัวเองมากขึ้น คือฝึกควบคุมทิศทางของลูกกอล์ฟ

คุณสามารถลองฝึกตามนี้:

  • สังเกตว่าช็อตของคุณหลุดไปทางซ้ายหรือขวา
  • ลองตีให้ลูกไปอีกทาง เพื่อฝึกควบคุมทิศทาง
  • ใช้ alignment stick ช่วยถ้าจำเป็น เพื่อให้โฟกัสที่ทิศทาง
  • เริ่มจากสวิงเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายจนถึงวงเต็ม
  • สลับตีลูก fade, draw และตรงตามลำดับ

การฝึกแบบนี้จะช่วยให้คุณควบคุมหน้าไม้และวงสวิงได้ดีขึ้น

ฝึกจังหวะและการทรงตัว

ถ้าคุณมักตี “ขุดดินก่อน” (chunk) หรือ “โดนหัวลูก” (top) ลองฝึกตีให้บาง (thin) แบบตั้งใจ แล้วค่อย ๆ สลับกับการตีแบบปกติ

การสลับแบบนี้จะช่วยให้คุณรู้ตำแหน่งการปะทะลูกของหัวไม้ได้ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ ให้สังเกตเรื่อง ความเกร็ง (tension) เช่น การจับกริพแน่นเกินไป หรือตึงที่ไหล่ สิ่งเหล่านี้ทำให้วงสวิงไม่ลื่นไหล

สุดท้าย อย่าลืมเรื่อง การทรงตัว (balance) ลองสังเกตว่าคุณเสียสมดุลตรงจุดไหนของวงสวิง แล้วค่อย ๆ ปรับ

โฟกัสที่ความรู้สึก ไม่ใช่แค่เทคนิค

หลาย ๆ คนพยายามโฟกัสที่รูปแบบและเทคนิคตามที่ดูมา แต่ Tiger แนะนำให้คุณ ใส่ใจความรู้สึกของตัวเองมากกว่า

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการตี เช่น ตำแหน่งไม้ การปะทะ ความสมดุล สิ่งเหล่านี้จะบอกคุณได้ว่าคุณกำลังทำอะไรผิดหรือถูก

เมื่อคุณเริ่มสังเกตได้เอง คุณจะเป็นนักกอล์ฟที่ปรับตัวได้เก่งขึ้น

สรุป

คำพูดของ Tiger:
“อย่าดู YouTube ไปตีลูกดีกว่า”
ไม่ใช่แค่การบอกให้คุณตีให้มากขึ้น แต่คือการชวนให้คุณลงมือฝึกแบบตั้งใจ

ถ้าคุณอยากเก่งขึ้น ลองหยุดหาวิธีลัด ใช้เวลาฝึกกับตัวเอง ลองผิด ลองถูก ฟังความรู้สึกของตัวเอง แล้วคุณจะพัฒนาขึ้นแบบยั่งยืน

รีวิว PING G440 MAX Fairway Wood

รีวิว PING G440 MAX Fairway Wood

เพื่อนๆเคยมีโมเมนต์ประมาณนี้ม่ะ? หยิบไม้กอล์ฟออกจากถุง แล้วรู้เลยว่า “วันนี้มาแน่”
บางคนเป็นกับไดรเวอร์ บางคนชอบเหล็ก บางคนมั่นใจกับพัตเตอร์

แต่ แฟร์เวย์วูด? บอกเลยว่า หาได้ยากมาก

ไม้แฟร์เวย์มันค่อนข้างจุกจิก ต้องตีง่าย carry ลอยไกล ใช้ได้ทั้งบนแท่นทีและบนแฟร์เวย์ แต่ไม่ค่อยมีไม้ไหนที่ทำได้ครบ

แต่เจ้า PING G440 MAX fairway wood ตัวนี้แหละ… ผมว่ามันตีง่าย ลอยไกล ตอบโจทย์

หน้าตาเรียบหรู ดูจริงจัง จรดแล้วมั่นใจ

พูดถึงหน้าตาก่อนเลย

ทรงหัวไม้พอดี ๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก กลม ๆ ดูบาลานซ์ดี มีความเป็นสามเหลี่ยมนิด ๆ ด้านท้าย ให้ความรู้สึกมั่นใจเวลาเซ็ตอัพ

หน้าไม้สูงกว่าแฟร์เวย์วูดทั่วไป ทำให้รู้สึกดีเวลาจะตีจากแท่นที ส่วนด้านบนเป็น สีดำด้าน พร้อม Carbonfly Wrap ที่ขอบหลัง ดูล้ำๆหน่อย แต่ไม่เยอะจนเกินไป

ที่ชอบอีกอย่างคือเส้นแถบสีฟ้าเล็ก ๆ ที่แอบให้กลิ่นอายซีรีส์เก่า ๆ อย่าง G2 หรือ G5 แฟนพันธุ์แท้ PING น่าจะชอบครับ

เสียงเบา ๆ แต่ฟีลดีมาก

สัมผัสและเสียงตอนปะทะลูกคือ “ว้าว” แบบเงียบ ๆ

มัน ไม่ได้เสียงดัง เหมือนไม้บางรุ่น เสียงที่ได้ตอนตีดีคือ “แป๊ะ” เบา ๆ ฟังแล้วสบายใจ แต่ถ้าตีไม่ดี เสียงมันจะเป็นแบบ “ตุ้บ”

แต่ไม่ใช่ว่าฟีลแย่นะ มันให้ ฟีดแบคดีแบบไม่เจ็บตัว มือไม่สั่น ไม่สะท้าน แค่รู้ว่าตีไม่ค่อยโดน แล้วก็อยากลองใหม่อีกที

ไม้ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราตีแฟร์เวย์วูดเก่งขึ้น

สารภาพตรง ๆ ผมไม่ใช่สายแฟร์เวย์วูดเลยครับ ตีได้บ้างพอประมาณ แต่ไม่เคยรู้สึกมั่นใจ

จนมาลองเจ้า G440 MAX นี่แหละ เริ่มคิดว่า “เอ๊ะ หรือเราฝีมือดีขึ้น?”
จริง ๆ ไม่ใช่หรอกครับ ไม้นี่แหละที่ช่วยเรา

หน้าไม้สูง ๆ มั่นใจสุดเวลาขึ้นจากแท่นที แล้วมุมลอฟต์ที่ได้คือลงตัวสุด ๆ ไม่พุ่งเกิน ไม่ลอยเกิน

ถึงจะตีบาง ๆ ไปบ้าง ลูกก็ยังออกดี เพราะเค้าออกแบบให้ จุด CG ต่ำ ช่วยเรื่องมุมเหิน แล้วก็ใช้เทคโนโลยี Carbonfly Wrap และ Free Hosel ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน

สปีดดีเสมอต้นเสมอปลาย

มาพูดเรื่องสปีดบ้างครับ

เจ้าไม้ตัวนี้ สปีดลูกสม่ำเสมอมาก ไม่ว่าจะตีเต็ม ตีเบา หรือหลุดปลาย หน้าไม้เค้าถูกออกแบบให้ช่วยชดเชยในจุดปลาย ๆ และส้นไม้

แม้จะตีไม่เต็ม ก็แค่เสียสปีดไปเล็กน้อย (แบบที่ต้องใช้ launch monitor ถึงจะเห็น) แปลว่า… ตีพลาดก็ไม่เจ็บตัวเท่าไหร่

ใครเคยตีไม้แฟร์เวย์แล้วรู้สึก “บางวันดี บางวันหลุด” อาจจะชอบ G440 MAX ตัวนี้

ตรงแบบไม่ต้องพยายาม

บางทีเราตีไม่ดีใช่มั้ยครับ? ไหลขวาบ้าง ดึงซ้ายบ้าง หรือไม่โดนลูกเลย 😅

แต่เจ้าไม้ G440 MAX เนี่ย มันทำให้ ลูกยังไปตรง แม้ตอนสวิงจะมีปัญหาก็ตาม
ผมลองตีแบบผิด ๆ หลายครั้ง ลูกก็ยังไม่แหกแบบแรงๆ

ถ้าโดนสัก 80% แม้ไม่เต็ม ลูกลอยตรงยาวอย่างสวย

ถ้าอยากแต่ง shot โค้งซ้ายขวาก็ทำได้ แต่ถ้าชอบตีตรง ๆ ง่าย ๆ – ไม้ตัวนี้ตอบโจทย์สุด ๆ

ตัวเลือกเพียบ ปรับได้ตามใจ

G440 MAX มี ลอฟต์ให้เลือกถึง 5 ระดับ เลยนะครับ:

15°

17° (ตัวใหม่ล่าสุด)

19°

21°

24°

แล้วยังสามารถ ปรับลอฟต์เพิ่มหรือลดได้อีก 1.5° ผ่าน hosel แบบปรับได้ของ PING

สำหรับใครที่ตีลูกไม่ค่อยลอย PING เค้ามีเวอร์ชัน High Launch ที่เบาทั้งก้าน หัวไม้ และกริพ
ช่วยเพิ่มสปีดและมุมลอย ทำให้ลูกพุ่งขึ้นง่ายมาก

เรื่องก้านก็ไม่ธรรมดา มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งรุ่นเฉพาะของ PING และรุ่นโปร ๆ อย่าง Denali Red และ Mitsubishi TENSEI 1K Black

หรือจะลงก้านพรีเมียม อย่าง Fujikura MCF ก็สอบถามผมเข้ามาได้ครับ

สรุป: ควรลองมั้ย? บอกเลยว่า…ใช่!

ถ้าคุณอยากได้ไม้แฟร์เวย์ที่ ช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกครั้งที่หยิบออกมาใช้
PING G440 MAX fairway wood นี่แหละครับ คำตอบ

  • ตีง่าย
  • ชดเชยสูง
  • ฟีลดี
  • ลูกตรง

ปรับแต่งได้เพียบ

ไปหาลองกันนะครับ แล้วคุณจะอยากใช้มันทุกหลุมที่ต้องการความมั่นใจ!

ตัวใหม่ของ OpenAI สร้างภาพได้แถม “สะกดคำได้ด้วย!” (ใช้ฟรีอีกต่างหาก)

ตัวใหม่ของ OpenAI สร้างภาพได้แถม “สะกดคำได้ด้วย!” (ใช้ฟรีอีกต่างหาก)

OpenAI เพิ่งปล่อยของใหม่ออกมาแบบ โหดมากกก

ถ้าใครเคยลองใช้ AI สร้างภาพมาก่อน จะรู้เลยว่ามันมีปัญหา
โดยเฉพาะ DALL·E 3 ที่บอกเลยว่า… ไม่โอเคเท่าไหร่
ภาพก็ไม่ค่อยสมจริง แถมจะใส่ข้อความก็กลายเป็นภาษาต่างดาว อ่านไม่ออก

แต่ตอนนี้?
ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว

มาดูกันว่าทำไมเครื่องมือสร้างภาพตัวใหม่ของ OpenAI ถึงน่าใช้สุด ๆ
และทำไมมันถึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดตอนนี้

วิดีโอต้นฉบับ

OpenAI 4o Image Generator Can Spell in Images!

วิธีการเปิด ซับไตเติล กดเล่นวิดีโอ หมุนโทรศัพท์ให้อยู่ในแนวนอน มองหา CC แล้วเลือก ภาษาไทย

OpenAI กลับมาทวงบัลลังก์แล้ว (พูดจริงไม่ได้อวย)

พูดตรง ๆ เลย—ก่อนหน้านี้ MidJourney ครองตลาดอยู่

แต่ตอนนี้ OpenAI ตีกลับแบบ จัดเต็ม

ภาพที่ได้คือ โคตรสวย
สไตล์ก็เลือกได้ไม่จำกัด
และที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือ… ตอนนี้มันสะกดคำถูกแล้ว!!

ไม่ต้องโหลดอะไรเพิ่มเลย
เพราะมันอยู่ใน ChatGPT นี่แหละ
แค่เปิดเครื่องมือภาพ > พิมพ์ prompt > รอแป๊บเดียว = ได้ภาพเท่ ๆ ไปใช้เลย

OpenAI สร้างภาพ

อยากได้ภาพเหมือนจริง? จัดให้

ลองนึกภาพดู:
เราขอให้ AI สร้างภาพ “แมวแบบเหมือนจริงสุด ๆ”

รอสักนิด (นานกว่ารุ่นเก่าแต่อดใจไว้หน่อย)
แล้วภาพก็ออกมาสวย แบบนี้เลย…

แมวส้ม สร้างโดย OpenAI

ผมว่าสวย เหมือนจริง ใช้ได้เลย

อยากได้แนวการ์ตูน?
อนิเมะ?
ลายเส้นเก๋ ๆ?
ทำได้หมด

แค่พิมพ์สิ่งที่อยากได้ แล้วให้ AI จัดการให้

ที่เด็ดกว่านั้น? ใช้ฟรี

ใช่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินก็ใช้ได้

ถึงจะใช้แพ็กฟรี ก็เข้าไปลองได้เลย

ขั้นตอนก็ง่ายมาก:

เปิด ChatGPT

คลิก “Create Image”

ใส่ prompt ที่อยากได้

รอแป๊บเดียว ได้ภาพงาม ๆ กลับมาใช้เลย

ไม่ต้องใส่บัตร ไม่ต้องเสียตังค์
สร้างภาพฟรี ๆ ด้วย AI ระดับเทพ

เล่นมุกก็ได้ ใส่หน้าตัวเองลงมีมก็ได้

เอาจริง—มันไม่ได้แค่สร้างภาพธรรมดา ๆ นะ

สมมุติเรามีมีมหน้ามึน ๆ ของ Julia Roberts
แล้วเราอยากเอาหน้าเราไปใส่ในนั้น
บอก AI ได้เลย

มันจะทำให้จริง ๆ

ใครทำคอนเทนต์สายโซเชียล บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้เด็ดมาก
จะใส่หน้าตัวเองลงป้าย ลงโปสเตอร์ หรืออะไรฮา ๆ ก็ทำได้หมด

ตอนนี้มันสะกดคำได้แล้ว!

นี่แหละที่คนรอคอย
เพราะ AI สร้างภาพเมื่อก่อนสะกดคำได้แย่มาก

“Flapjort Moonday” ใครอ่านออกบ้าง…

แต่ตอนนี้?
ข้อความบนภาพชัดแจ๋ว อ่านรู้เรื่อง ไม่เพี้ยน

เราสามารถสั่งให้มันสร้าง:

โปสเตอร์อธิบาย API

อินโฟกราฟิกเกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง

ป้ายคำคม หรือมุกตลกพร้อมตัวละคร

และข้อความในภาพจะอ่านรู้เรื่องจริง ๆ

แก้ภาพได้ง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่ง Photoshop

ลองนึกภาพ:
เราสร้างภาพการ์ตูนตัวเองถือป้ายอยู่
แต่มือดูแปลก ๆ ผิดรูปไปนิด

ไม่ต้องเครียด

แค่กด Edit
แล้วลากตรงส่วนที่ผิดพลาด
จากนั้นก็พิมพ์บอก AI ว่า “แขนผิด แก้ให้หน่อย”

แล้วมันก็จะปรับให้ทันที
ไม่ต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก็แก้ได้สบาย

ตัวละครหน้าเดิม + เปลี่ยนพื้นหลังได้สบาย

อันนี้ถูกใจสายเล่าเรื่องเลย

แต่ก่อนพอขอให้สร้างตัวละครแบบเดิมหลาย ๆ รอบ
AI มักจะสร้างหน้าคนใหม่ทุกครั้ง—ยุ่งเลย

ตอนนี้ไม่แล้ว

คุณบอกลักษณะตัวละครไป เช่น
“เด็กผู้หญิงแนว Pixar ผมเปียสองข้าง ตาโต ยิ้มสดใส”
แล้ว AI จะจำไว้ สั่งให้เธอร้องไห้หรือยิ้มก็ยังหน้าตาเดิมอยู่

แถมถ้าอยาก ลบพื้นหลัง หรือทำให้ โปร่งใส ก็ทำได้ง่ายมาก
แค่พิมพ์ว่า “remove background” จบเลย

สรุปสั้นๆ ไปลองเล่นกันดู

ถ้ายังไม่เคยลองใช้เครื่องมือนี้ของ OpenAI
คุณพลาดของดีไปเยอะมาก

เพราะตอนนี้:

ภาพสวยขึ้นแบบสุด ๆ

ข้อความในภาพอ่านรู้เรื่อง

แก้ไขได้แบบมืออาชีพ

สร้างคาแรกเตอร์แบบเดิมได้

แถมยังใช้ฟรี!

ไม่ว่าจะเป็นสายทำคอนเทนต์ สายมุก สายสอน หรือแค่อยากเล่นสนุก
ต้องลองครับ

รีวิว Srixon ZXi MAX Driver

รีวิว Srixon ZXi MAX Driver

กำลังมองหาไดรเวอร์ที่ ช่วยลดความผิดพลาด ได้ดี แต่ยัง ดูเท่ อยู่ไหม?

งั้นคุณควรรู้จักกับ Srixon ZXi MAX รุ่นใหม่จาก Srixon ปี 2025 ตัวนี้เลยครับ เพราะมันถูกออกแบบมาให้เน้น “ชดเชยความผิดพลาด” แบบสุดๆ แต่หน้าตานั้น ไม่เหมือนกับไดรเวอร์แนว MAX ที่เคยเห็นมาก่อน

ไม่มีอะไรใหญ่เทอะทะ ไม่มีหน้าตาประหลาด
แค่ดูดีแบบเรียบหรูและตีง่าย

หน้าตาดี ไม่เทอะทะ

พูดกันตรงๆ ไดรเวอร์แนว MAX ส่วนใหญ่หน้าตา…ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ยาว ยืด หนา ดูแล้วเหมือนจานดาวเทียม

แต่ ZXi MAX ไม่ใช่แบบนั้นเลย

ทรงคลาสสิก ดูเรียบเนียน ครองใจสายเรียบๆได้แน่นอน
เส้นสายสวย เรียบ มีความหรู ตรงกลางใต้หัวไม้จะเป็นสีดำเงา แถม ไม่มีรูน้ำหนักให้รกตา

ที่เจ๋งอีกอย่างคือ headcover สวยแถมมี “หูจับ” ดึงออกง่าย ไม่ต้องงัดให้เหนื่อย

head cover Srixon ZXI max

เสียง & ฟีล ตีแล้วติดใจแน่นอน

เคยตีไดรเวอร์ที่เสียงเหมือนตีถังเหล็กไหมครับ?

ZXi MAX ไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน

เสียงตอนปะทะบอลเป็นแบบ “แคร็ก” เบาๆ ฟังแล้วสะใจ
ฟีลลิ่งก็เร็ว ตีแล้วรู้สึก “แรง” และ “นุ่ม” ไปพร้อมกัน
ตีสนุกมากครับ

ถ้าเทียบกับ ZXi รุ่นธรรมดา เสียงอาจจะเบากว่าเล็กน้อย ฟีลลิ่งอาจจะไม่แน่นเท่า
แต่ถ้าไม่ตีเปรียบเทียบกันตรงๆ แทบไม่รู้สึกเลยครับ

ให้อภัยสุดๆ แม้จะตีพลาด

มาถึงจุดขายหลัก นั่นคือ ชดเชยความผิดพลาดสูง

ตีไม่โดนกลางหน้าไม้? ไม่เป็นไรครับ
ตีโดนปลาย? ก็ยังอยู่ในแฟร์เวย์

ZXi MAX รักษาความเร็วลูกได้ดีมากเวลาพลาด
ช่วยลดความเสียหายจากการตีพลาดได้จริงๆ

มันยังมี ค่า bias ให้ตีดรอว์เล็กน้อย ด้วย
สำหรับคนที่ตีลูกโค้งซ้ายเป็นปกติ จะรู้สึกว่าหัวนี้ช่วยพยุงให้ลูกเข้าเป้ามากขึ้น
ยังตีเฟดได้อยู่ แค่ต้องออกแรงเพิ่มนิดหน่อย

ลูกลอยสูง สปินพอดี ตีง่ายสำหรับทุกคน

ZXi MAX ให้ วิถีลูกสูงที่สุดในบรรดา 3 รุ่น ของ Srixon ปีนี้
และมีสปินมากกว่าเล็กน้อย

บางคนอาจคิดว่าสปินเยอะไม่ดี
แต่จริงๆ แล้วสำหรับคนที่สปีดสวิงไม่แรงมาก ลูกลอยสูง + สปินพอดี = ตีไกลขึ้น

ลูกลอย = ระยะพุ่งดี

สปินพอดี = ควบคุมง่าย

ถ้าคุณตีลูกไม่ค่อยลอย หรือรู้สึกว่าลูกตกเร็วเกินไป
ตัวนี้ช่วยได้แน่นอนครับ

ปรับได้พอประมาณ ไม่ซับซ้อน

ZXi MAX มาพร้อม hosel ใหม่ของ Srixon ที่ให้ปรับได้ 3 องศาทั้ง loft และ lie
พร้อมกับอีก 6 องศาสำหรับ face angle

เพียงพอสำหรับการปรับลูกวิ่งตามต้องการ

แต่… รุ่น MAX มีแค่ 1 รูน้ำหนัก
เลยปรับได้แค่ swing weight ไม่สามารถปรับทิศทางแบบรุ่น ZXi ปกติ

แต่เอาจริงๆ สำหรับนักกอล์ฟทั่วไป แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วครับ
ใช้งานง่าย ไม่วุ่นวาย

ไม้ดี + ก้านดี = จูนง่าย

ก้านที่ติดมากับตัวนี้คือ Diamana Zxi
น้ำหนักเบา ลูกลอยง่าย มีสปินหน่อยๆ
จับคู่กับหัวไม้ MAX แล้วเข้ากันดีมาก

ถ้าคุณไม่ชอบก้านนี้ ไม่ต้องห่วงครับ
Srixon มีตัวเลือกเพียบ ทั้งจาก Mitsubishi, Aldila, Project X ฯลฯ
และที่สำคัญคือ หลายรุ่นไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วย

(ข้อมูลในรีวิวนี้ ใช้ก้านเดียวกันหมดทั้ง 3 รุ่น เพื่อให้เปรียบเทียบตัวหัวไม้ได้ชัดๆ ครับ)

สรุป – ใครเหมาะกับ Srixon ZXi MAX?

ถ้าคุณต้องการ…

  • ชดเชยความผิดพลาดสูงสุด
  • วิถีลูกลอยง่าย
  • หน้าตาหัวไม้แบบพรีเมียม

ZXi MAX คือตัวเลือกที่ต้องลอง

นี่ไม่ใช่แค่ไดรเวอร์ที่ตีง่าย
แต่เป็นหนึ่งในไดรเวอร์แนว MAX ที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยครับ

มั่นใจตอนตั้งไม้
แม่นยำเวลาออกตัว
และช่วยให้สกอร์ดีขึ้นแน่นอน

กำลังวางแผนไปฟิตติ้งเร็วๆ นี้ใช่มั้ย?
อย่าลืมลอง ZXi MAX สักไม่กี่สวิงนะครับ
บางทีคุณอาจเจอไดรเวอร์คู่ใจโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้

น้ำมันพืช กับภาวะดื้ออินซูลิน… เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้

น้ำมันพืช กับภาวะดื้ออินซูลิน… เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้

เคยสงสัยมั้ยว่า…
น้ำมันที่เราใช้ทำกับข้าวทุกวันนี่มันดีจริงรึเปล่า?

น้ำมันพืชที่ว่าเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันคาโนล่า
เราทอดของกินด้วยมัน ผัดผักก็ใช้อันนี้ ใส่ในน้ำสลัด ขนมแพ็ก ถุงขนม ก็เจอหมด

แต่ล่าสุด Dr. Ben Bikman ผู้เชี่ยวชาญด้านเมตาบอลิซึม ออกมาเตือนว่า
น้ำมันพืชเหล่านี้เป็นสาเหตุของภาวะดื้ออินซูลิน
ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังหลายอย่างที่เรารู้จักกันดี

มา…เดี๋ยวเล่าให้ฟังแบบง่าย ๆ เข้าใจแน่นอน สำหรับรายละเอียด เพื่อนๆสามารถศึกษาจากวิดีโอได้เลย

วิดีโอต้นฉบับ

Seed Oils and Insulin Resistance: What the Science Really Says with Dr. Ben Bikman

วิธีการเปิด ซับไตเติล กดเล่นวิดีโอ หมุนโทรศัพท์ให้อยู่ในแนวนอน มองหา CC แล้วเลือก ภาษาไทย

จากน้ำมันเครื่อง… สู่ของทอดหน้าร้าน

ฟังดูแปลก แต่จริง…
น้ำมันพืชเมื่อก่อนเค้าไม่ได้เอามาทำอาหารนะ
ใช้หล่อลื่นเครื่องจักร อยู่ในโรงงานมากกว่า

แต่พอเทคโนโลยีพัฒนา น้ำมันพวกนี้ก็เริ่มถูกผลิตในปริมาณมหาศาล
ถูกบอกต่อว่า “ดีต่อหัวใจ” ถูกใช้ทำมาการีน ทอดของในร้านอาหาร
คนเลยเลิกใช้น้ำมันหมู เนย หรือตัวที่ใช้มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย

ตอนนี้…
คนอเมริกันเฉลี่ยกินน้ำมันถั่วเหลืองถึง 20 ปอนด์ต่อปี
โอ้โห…เยอะขนาดนี้ แล้วร่างกายจะเป็นยังไงล่ะ?

รู้จักเจ้า “Linoleic Acid” ตัวจริงของเรื่องนี้

ในน้ำมันพืชมีกรดไขมันตัวหนึ่งชื่อว่า Linoleic Acid
เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Omega-6) ที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย

ในไขมันสัตว์ธรรมชาติอย่างเนื้อวัว เนย ไข่แดง
เจ้าตัวนี้ก็มีนะ แต่มีนิดเดียว แค่ 1–2% ของไขมันรวมที่เรากิน เท่านั้นเอง

แต่ปัญหามาเกิดตอนที่เรา บริโภคเยอะเกินไป
ยิ่งผ่านความร้อนสูง ๆ โดนทอดบ่อย ๆ ก็ยิ่งแย่

ปัญหาไม่ใช่ตัวกรดไขมัน… แต่คือสิ่งที่มันกลายเป็น

Linoleic Acid ตัวมันเองอาจไม่ใช่ตัวร้าย
แต่เมื่อมันผ่านการทอด โดนออกซิเดชั่น มันจะกลายเป็นสารอันตรายที่เรียกว่า
4-HNE, 13-HODE และเพื่อน ๆ อีกหลายตัว

สารเหล่านี้คือสิ่งที่ไป:

รบกวนการทำงานของอินซูลิน

ทำให้เซลล์ไขมันและกล้ามเนื้อแย่ลง

จุดชนวนการอักเสบในร่างกาย

สุดท้ายก็พาไปสู่ ภาวะดื้ออินซูลิน แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะ

แล้วทำไมบางงานวิจัยบอกว่าไม่เป็นไรล่ะ?

ดีมากเลย ถามแบบนี้

เพราะงานวิจัยในคนจริง ๆ มักจะ สับสนวุ่นวาย
บางการศึกษาก็ใช้แบบสอบถามความจำว่า “เมื่อวานกินอะไร” (จะจำได้เป๊ะมั้ยล่ะ?)
บางงานก็กินทั้งไขมันกับคาร์บสูง ๆ ไปพร้อมกัน

ซึ่ง Dr. Bikman บอกเลยว่า…
ถ้าคุณกินไขมันกับคาร์โบไฮเดรตสูงพร้อมกัน มันจะเป็นสูตรทำลายระบบเผาผลาญ แบบจัง ๆ

ผู้ร้ายตัวจริง: น้ำมันพืช + ความเครียด + น้ำตาลสูง

สรุปง่าย ๆ:

กินไขมันอิ่มตัว + คาร์บสูง = เสี่ยงดื้ออินซูลิน

กินน้ำมันพืช + ร่างกายเครียด ออกซิเดชันเยอะ = ยิ่งแย่

สารจากการทอด = ตัวการใหญ่ทำให้ร่างกายตอบสนองอินซูลินแย่ลง

ไม่ใช่ไขมันทุกชนิดจะเลว
แต่ ไขมันที่ถูกปรุงซะเละ หรือกินเยอะเกิน มักเป็นตัวปัญหา

แล้วเราควรใช้น้ำมันอะไรดีล่ะ?

ไม่ต้องตกใจจนเลิกกินน้ำมันนะ
แต่…มาปรับนิดหน่อยก็พอ

Dr. Bikman แนะนำให้:

ใช้ ไขมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เนย เนยใส

หลีกเลี่ยงของทอดและอาหารแปรรูป

ลดของหวาน ของมัน ของทอด

กินอาหาร สดใหม่ ใกล้ธรรมชาติ

แค่นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงภาวะดื้ออินซูลินได้เยอะแล้ว

สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ

น้ำมันพืชไม่ใช่ผู้ร้าย 100%
แต่ถ้าโดนทอดซ้ำ ผ่านความร้อนบ่อย ๆ กินเยอะเกิน ก็ไม่ดีแน่ ๆ

โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาอินซูลินอยู่แล้ว หรือมีความเครียดสูง
สิ่งเหล่านี้จะเร่งให้สารอันตรายจากน้ำมันพืชทำร้ายร่างกายเราได้เร็วขึ้น

อยากดูแลสุขภาพแบบง่าย ๆ?
เริ่มที่เปลี่ยนน้ำมัน แล้วเลือกรับประทานอาหารที่เน้นธรรมชาติมากขึ้น

อยากรู้วิธีจัดการภาวะดื้ออินซูลินแบบเข้าใจง่าย ทำตามได้จริง?
ลองดูเลยที่ The Feel Great Program
โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณกลับมาสุขภาพดีได้…แบบไม่ซับซ้อนเลย