รีวิวก้านเหล็ก KBS $-Taper Lite – ประสิทธิภาพแบบ Tour ในเวอร์ชันเบากว่า

รีวิวก้านเหล็ก KBS $-Taper Lite – ประสิทธิภาพแบบ Tour ในเวอร์ชันเบากว่า

ก้าน KBS $-Taper Lite ถูกออกแบบมาสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการความรู้สึกแบบ Tour โดยไม่ต้องแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไป เหมาะสำหรับคนที่อยากสวิงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความแม่นยำและสมรรถนะไว้เหมือนเดิม

เรามาดูรายละเอียดกันว่าก้านรุ่นนี้มีจุดเด่นอะไรบ้าง

KBS $-Taper Lite คืออะไร?

$-Taper Lite คือเวอร์ชันน้ำหนักเบาของก้าน KBS $-Taper รุ่นดั้งเดิม

มันถูกจัดวางตำแหน่งไว้ระหว่างรุ่น KBS Tour และ C-Taper ทั้งในเรื่องของฟีลและประสิทธิภาพ KBS ออกแบบก้านรุ่นนี้มาเพื่อให้นักกอล์ฟได้สัมผัสกับฟีลระดับสูง โดยไม่ต้องถือก้านหนัก

ก้านรุ่นนี้เป็นแบบไม่มีปล้อง (stepless) ซึ่งทำให้ดูเรียบเนียนตลอดทั้งก้าน

มีให้เลือก 2 แบบ:

  • โครเมียม (Chrome)
  • สีดำเคลือบ PVD (ซึ่งดูเท่มาก)

ความรู้สึกและการตอบสนอง

ก้านรุ่นนี้ให้ฟีลที่คล่องตัวขณะสวิง แต่ก็ไม่รู้สึกหลวม จุดโหลดและปล่อยอยู่ช่วงกลางของก้าน ทำให้ได้แรงดีดขณะปะทะลูกที่ชัดเจน

แม้ว่าจะเป็นก้านเบา แต่ปลายก้าน (tip) ยังให้ความมั่นคงดี ไม่ต้องระวังมากเพื่อควบคุมทิศทาง และไม่ต้องออกแรงมากเพื่อให้ได้แรงดีดกลับ

ควบคุมง่าย ไม่ต้องฝืนร่างกาย

ผลการทดสอบเทียบกับ $-Taper รุ่นปกติ

มีการทดสอบโดยใช้หัวเหล็กรุ่นเดียวกันกับที่ใช้กับ $-Taper รุ่นปกติ

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ:

  • มุมเหินสูงขึ้นเล็กน้อย
  • สปินและระยะทางแทบไม่เปลี่ยน
  • ทิศทางลูกสูงแต่ไม่ลอยฟุ้ง (ไม่ balloon)

พูดง่าย ๆ คือ ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับรุ่นปกติ แต่ถือก้านเบากว่าในมือ

ความเร็วในการสวิงและความพยายาม

จุดต่างที่ชัดที่สุดคือความรู้สึกขณะสวิง

ด้วยน้ำหนักที่เบากว่า ทำให้สามารถเพิ่มความเร็วได้เล็กน้อยโดยไม่ต้องออกแรงมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสวิงสบายขึ้น เล่นได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ล้า

คุณไม่ต้องออกแรงเยอะ แต่ยังได้ผลลัพธ์ที่ทรงพลัง

KBS $-Taper Lite เหมาะกับใคร?

ก้านรุ่นนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน

ถ้าคุณคุ้นเคยกับการใช้ก้านเหล็กหนักมาตลอด อาจรู้สึกแปลกไปบ้างในช่วงแรก บางคนอาจเจอปัญหาเรื่องการตีไม่คม หรือทิศทางแกว่ง

แต่ว่าสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนมาใช้ก้านน้ำหนักเบา โดยไม่ลดคุณภาพของฟีลและการควบคุม ก้านนี้เป็นตัวเลือกที่น่าลอง

มีให้เลือก 3 ระดับ:

  • Regular Flex – 95 กรัม
  • Stiff Flex – 100 กรัม
  • X-Stiff Flex – 105 กรัม

เลือกตามความเร็วสวิงและความชอบส่วนตัวได้เลย

สรุป

KBS $-Taper Lite เป็นก้านเหล็กรุ่นที่เติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ของ KBS ได้อย่างลงตัว มันเหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการฟีลระดับ Tour แต่ไม่อยากใช้ก้านหนัก

ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ลูกพุ่งแรง และควบคุมง่าย

ถ้าคุณกำลังมองหาก้านเหล็กที่สวิงง่ายขึ้นโดยไม่ลดประสิทธิภาพ รุ่นนี้คุ้มค่าน่าลอง

รีวิวก้านพัตเตอร์ KBS One Step – ฟีลสะอาด ดีไซน์โดดเด่น ช่วยให้สัมผัสดีขึ้น

รีวิวก้านพัตเตอร์ KBS One Step – ฟีลสะอาด ดีไซน์โดดเด่น ช่วยให้สัมผัสดีขึ้น

เวลาคนพูดถึงก้านไม้กอล์ฟ ส่วนใหญ่จะนึกถึงก้านไดรเวอร์หรือเหล็ก แต่ช่วงหลังมานี้ ก้านพัตเตอร์ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น บริษัทหลายแห่งเริ่มออกแบบก้านพัตเตอร์ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังช่วยให้เรารู้สึกถึงจังหวะการพัตต์ได้ชัดขึ้น KBS แบรนด์ที่นักกอล์ฟหลายคนไว้ใจ ได้ปล่อยก้านพัตเตอร์รุ่น One Step ออกมา เป็นรุ่นต่อจาก CT Tour ที่เคยได้รับความนิยม ก้านรุ่นใหม่นี้มีดีทั้งในเรื่องดีไซน์และฟีล เรามาดูกันว่าเป็นยังไง

รูปลักษณ์แรกเห็น – ดีไซน์เรียบ แต่มีลูกเล่น
สิ่งแรกที่สะดุดตาคือรูปร่างของก้าน

KBS One Step มีดีไซน์แปลกตา มีเพียง “ขั้นเดียว” แบบชัดเจน ดูแล้วต่างจากก้านปกติทั่วไป แม้จะดูเด่น แต่กลับไม่รบกวนสายตาตอนพัตต์เลย ดูแล้วรู้สึกสะอาดตา

ก้านรุ่นนี้มีให้เลือก 3 สี:

  • ดำเงา (Black Gloss)
  • ดำด้าน (Black Matte)
  • โครเมียม (Chrome)

สามารถเลือกให้เข้ากับหัวพัตเตอร์ หรือจะตัดกับสีหัวก็ได้ ดูดีทั้งสองแบบ

ฟีลตอนปะทะลูก – สะอาด นิ่ง ไม่มีเสียงรบกวน

เมื่อเริ่มพัตต์ สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือ “ฟีล”

ก้าน KBS One Step ให้สัมผัสตอนปะทะลูกที่ “สะอาด” ไม่มีแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงรบกวนจากจุดปะทะ

ฟีลแบบนี้ช่วยให้เราโฟกัสกับจังหวะการพัตต์ได้ดีขึ้น ไม่เสียสมาธิ และรู้สึกเสถียรในทุกจังหวะ

“Amplified Feel” หมายถึงอะไร?

KBS บอกว่าก้านนี้มี “Amplified Feel” หรือแปลว่าฟีลที่ชัดเจนขึ้น

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นแรงสั่นมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วกลับกันเลยครับ เพราะไม่มีแรงสั่น ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าปะทะลูกดีหรือไม่

การรับรู้แบบนี้ช่วยให้เรารู้ว่าพัตต์โดนกลางหน้าไม้หรือเปล่า ยิ่งรู้สึกได้ชัด ก็ยิ่งปรับให้พัตต์แม่นมากขึ้นได้

น้ำหนักและความยืดหยุ่น – เปลี่ยนเล็กน้อย แต่รู้สึกได้

ก้านรุ่นนี้ให้ฟีลที่ต่างจากก้านเหล็กทั่วไปเล็กน้อย

มันมีน้ำหนักที่ค่อนไปทางด้านมือ (counterbalanced) ช่วยให้ควบคุมจังหวะพัตต์ยาว ๆ ได้ดีขึ้น และดูเหมือนจะมีความยืดหยุ่นนิด ๆ เพิ่มฟีลนุ่มนวลมากขึ้น

บางคนอาจชอบ บางคนอาจไม่ แต่ถ้าคุณชอบพัตต์แบบจังหวะเนียน ๆ ก้านนี้น่าจะเหมาะ

ช่วยให้พัตต์ดีขึ้นไหม?

ต้องพูดตามตรงว่า ไม่มีก้านไหนเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นมือโปรทันทีได้

แต่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น ฟีล น้ำหนัก และการรับรู้การปะทะลูก สามารถช่วยให้พัตต์ดีขึ้นจริงในระยะยาว โดยเฉพาะกับลูกพัตต์ไกล ๆ หรือกรีนที่ลื่น

เรื่องความแม่นหรือความนิ่ง คงต้องใช้เครื่องมือทดสอบแบบหุ่นยนต์ถึงจะวัดได้ แต่ในชีวิตจริง ก้านนี้ให้ฟีลที่มั่นใจและคุมได้ดี

สรุป – ก้านพัตเตอร์ที่ดีทั้งฟีลและหน้าตา

KBS One Step เหมาะกับคนที่ต้องการ:

  • ฟีลปะทะลูกที่นิ่งและสะอาด
  • ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร
  • พัตต์ด้วยความมั่นใจมากขึ้น

ราคา 2,700 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่ GolfShafts.Online ถือว่าถูกกว่าก้านพัตเตอร์พรีเมียมอื่น ๆ และตอนนี้มีเฉพาะปลายตรงขนาด .370 เท่านั้น

ถ้าอยากให้พัตเตอร์ตัวโปรดมีฟีลใหม่ ๆ และหน้าตาโดดเด่น ก้านนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

ผิวของคุณกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับลำไส้ของคุณ (และวิธีแก้ไข)

ผิวของคุณกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับลำไส้ของคุณ (และวิธีแก้ไข)

หลายคนคิดว่าปัญหาผิวเกิดจากภายนอก

พวกเขาใช้ครีม โลชั่น หรือยาต่างๆ

แต่จริงๆ แล้ว ปัญหาผิวหลายอย่างเริ่มจาก “ภายใน” โดยเฉพาะที่ลำไส้

มาดูกันว่าลำไส้ส่งผลต่อผิวอย่างไร และคุณจะฟื้นฟูมันได้อย่างไร

วิดีโอต้นฉบับ

Your Skin Is WARNING You (Don’t Ignore This!)

วิธีการเปิด ซับไตเติล กดเล่นวิดีโอ หมุนโทรศัพท์ให้อยู่ในแนวนอน มองหา CC แล้วเลือก ภาษาไทย

ผิวกับลำไส้เชื่อมโยงกัน

ผิวของคุณสะท้อนสุขภาพภายในร่างกาย

ถ้าลำไส้แข็งแรง ผิวก็มักจะดูดี

แต่ถ้าลำไส้มีปัญหา คุณอาจเริ่มเห็นผื่น สิว หรือรอยแดงบนผิว

การดูแลผิวให้ดี ต้องเริ่มจากการดูแลลำไส้ก่อน

ปัญหาลำไส้แบบที่ 1: แบคทีเรียเสียสมดุล

ลำไส้ต้องมีแบคทีเรียดีและไม่ดีในปริมาณที่เหมาะสม

ถ้าแบคทีเรียไม่ดีมีมากเกินไป จะเกิด “ดิสไบโอซิส” (Dysbiosis)

ภาวะนี้ทำให้เกิดการอักเสบในลำไส้ แล้วลามไปที่ผิว เช่น โรคโรซาเซีย

แพทย์อาจจ่ายยาปฏิชีวนะ ซึ่งช่วยชั่วคราว

แต่สุดท้ายอาจทำให้ลำไส้แย่ลง เพราะฆ่าแบคทีเรียดีไปด้วย

วิธีที่ดีกว่าคือ ฟื้นฟูแบคทีเรียดีด้วยอาหารและโปรไบโอติก

ปัญหาลำไส้แบบที่ 2: SIBO (แบคทีเรียเกินในลำไส้เล็ก)

SIBO คือแบคทีเรียไปเติบโตผิดที่ในลำไส้เล็ก

พวกมันแย่งอาหารก่อนที่ร่างกายจะดูดซึม

ผลที่ตามมา คือท้องอืด ปวดข้อ และผิวมีปัญหา เช่น โรซาเซีย

การจัดการ SIBO จะช่วยให้ลำไส้และผิวกลับมาดีขึ้น

ปัญหาลำไส้แบบที่ 3: การอักเสบและการดูดซึมสังกะสีลดลง

เมื่อมีการอักเสบในลำไส้ การดูดซึมแร่ธาตุสำคัญอย่างสังกะสีจะลดลง

สังกะสีจำเป็นต่อการซ่อมแซมผิวและการรักษาแผล

ถ้าขาดสังกะสี อาจพบอาการเหล่านี้:

  • ผิวแห้ง ลอก เป็นขุยบริเวณปากหรือจมูก
  • ผื่นเรื้อรังที่ไม่หายง่าย
  • แผลหายช้า

อาหารที่ก่อการอักเสบ เช่น กลูเตนและน้ำมันเมล็ดพืช อาจเป็นสาเหตุ

การลดอาหารกระตุ้น หรือรับประทานแบบคาร์นิวอร์ช่วงสั้นๆ จะช่วยได้

ปัญหาลำไส้แบบที่ 4: Villi เสียหาย และขาดวิตามินดี

ภายในลำไส้มีวิลไล (villi) ซึ่งช่วยดูดซึมสารอาหาร

แต่การอักเสบเรื้อรังทำให้วิลไลแบนและเสียหน้าที่

ผลคือร่างกายดูดซึมวิตามินดีได้น้อยลง

วิตามินดีช่วยระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิว

การขาดวิตามินดีเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังออโตอิมมูน เช่น สะเก็ดเงิน

แสงแดด วิตามินดีเสริม หรือแสงบำบัดสามารถช่วยได้ — แต่ควรเริ่มที่ลำไส้

ปัญหาลำไส้แบบที่ 5: น้ำดีน้อย และดูดซึมวิตามินเอไม่ได้

ตับสร้างน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน

ถ้ามีน้ำดีน้อย หรือไม่มีถุงน้ำดี จะดูดซึมวิตามินเอไม่ได้ดี

ทำให้ผิวเป็นตุ่มเล็กๆ ที่แขนหรือขา ซึ่งเป็นสัญญาณของการขาดวิตามินเอ

อาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ เช่น ตับวัว น้ำมันตับปลา จะช่วยได้

น้ำมันตับปลายังมีโอเมก้า-3 ซึ่งดีต่อผิวเช่นกัน

การเสริมน้ำดี เช่น ox bile หรือ bile salts อาจจำเป็นสำหรับบางคน

วิธีฟื้นฟูลำไส้เพื่อผิวที่ดีขึ้น

เมื่อเข้าใจว่าผิวและลำไส้เชื่อมกัน คุณก็เริ่มดูแลจากภายในได้เลย

นี่คือตัวช่วยง่ายๆ ที่แนะนำ:

  • กินอาหารหมัก เช่น กิมจิ โยเกิร์ตดิบ หรือผักดอง
  • ใช้โปรไบโอติก L. reuteri ที่อยู่ได้ทั้งในลำไส้เล็กและใหญ่
  • ดื่มน้ำต้มกระดูก หรือกินเนื้อสัตว์เพื่อซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้
  • งดอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น กลูเตน น้ำตาล น้ำมันพืช
  • ลองอดอาหารเป็นช่วง เช่น กินแค่วันละมื้อ
  • ใช้น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล หรือ betaine HCl เพื่อเพิ่มกรดในกระเพาะ

ถ้าลำไส้ของคุณเสียหายมาก อาจต้องกินอาหารที่ควบคุมมากขึ้น

แต่เมื่อคุณฟื้นฟูลำไส้ได้แล้ว ผิวก็จะดีขึ้นตาม

ทั้งระบบย่อยดีขึ้น ภูมิคุ้มกันแข็งแรง และผิวก็สดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

รีวิวก้าน Brava Speedflite NRG: เบา ง่าย ส่งลูก Carry ไกลสำหรับคนสวิงนุ่ม

รีวิวก้าน Brava Speedflite NRG: เบา ง่าย ส่งลูก Carry ไกลสำหรับคนสวิงนุ่ม

Breakthrough Golf Technology (BGT) เป็นที่รู้จักกันดีจากก้านพัตเตอร์คุณภาพสูงอย่าง Stability และ Stability Tour ตอนนี้ BGT ได้ขยับเข้าสู่ตลาดก้านไม้ไดรเวอร์ ด้วยรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Brava Speedflite NRG ที่เน้นน้ำหนักเบา ตีง่าย และช่วยให้ลูกพุ่งสูงขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเพิ่ม

บทความนี้ผมจะพาคุณไปรู้จักก้านตัวนี้ให้ลึกยิ่งขึ้น

จุดเด่นของ Brava Speedflite NRG

Brava Speedflite NRG ไม่เหมือนก้านทั่วไป เพราะมัน เบามาก เริ่มต้นที่เพียง 46 กรัม โดยแต่ละ Flex จะมีน้ำหนักประจำของตัวเอง—A, R, S และ X ไล่จาก 46g ไปจนถึง 58g

ก้านนี้ใช้วัสดุ Toray carbon fiber คุณภาพสูง จึงเบาแต่แข็งแรง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล และช่วยเพิ่มความเร็วหัวไม้ได้ง่ายขึ้น

เหมาะมากสำหรับคนที่มีสวิงเนียน ๆ แล้วอยากให้ลูกลอยไกลขึ้น โดยไม่ต้องเร่งสวิงให้เหนื่อย

โครงสร้าง EI Profile: ปลายนิ่ม ฐานแน่น ควบคุมดี

ก้านรุ่นนี้มีโครงสร้างที่เรียกว่า EI Profile ซึ่งหมายถึงความแข็งในแต่ละส่วนของก้าน

Speedflite NRG มีลักษณะดังนี้:

  • ปลายก้านนิ่ม ช่วยให้ลูกลอยง่าย
  • ส่วนกลางมั่นคง ควบคุมทิศทางได้ดี
  • โคนก้านแข็ง ให้สัมผัสนุ่มและถ่ายพลังได้สม่ำเสมอ

ออกแบบมาให้โหลดง่ายตอนสวิง และดีดออกอย่างราบรื่นตอนปะทะลูก ถึงแม้จะเบา แต่ก็ไม่รู้สึกอ่อนไป หรือบิดตัวมากเกิน

ตัวเลือก Flex สำหรับทุกสไตล์ที่สวิงเนียนๆ

Brava Speedflite NRG มีให้เลือกตามความเร็วในการสวิง โดยแต่ละ Flex มีจุดเด่นต่างกัน:

  • 46 A Flex
    สำหรับความเร็วราว 75 MPH เป็นรุ่นที่นิ่มและเบาที่สุด
  • 52 R Flex
    สำหรับความเร็วราว 85 MPH รู้สึกแน่นขึ้นแต่ยังคงสมดุล
  • 54 S Flex
    สำหรับความเร็ว 95 MPH ให้ความสมดุลระหว่างความนิ่มและมั่นคง
  • 58 X Flex
    สำหรับคนตีแรงกว่า 105 MPH แข็งที่สุดและเสถียรสุด

เลือกตามความเร็วและสไตล์ของคุณ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ทดลองใช้งานจริงในสนาม

เมื่อทดสอบในสนาม ก้านรุ่นนี้ให้ความรู้สึก ตีง่ายและเบาแรง ลูกพุ่งสูงขึ้นและมีสปินเพิ่มขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการให้ลูกลอยและตกนิ่ม

จุดเด่นที่พบจากการใช้งานจริง:

  • สวิงสบายขึ้น
  • ลูกลอยสูง พร้อมสปินกลางถึงสูง
  • ทิศทางค่อนข้างตรง มีแนว Draw เล็กน้อย
  • ก้านดีดแบบควบคุมได้ ไม่บิดมาก

อย่างไรก็ตาม คนที่สวิงเร็วหรือใช้ก้านแข็งมาก่อน อาจต้องปรับตัวบ้าง เพราะรุ่นนี้ให้ความรู้สึกนิ่มกว่า

สรุปสเปกหลัก

ข้อมูลจากกราฟและการวัดจริง:

  • น้ำหนัก: 46g (A) ถึง 58g (X)
  • ค่าการโก่งตัว (Deflection): 2.9 – 5.4 lbs ที่ระยะ 4″
  • ทอร์กปลาย/โคนก้าน: 3.1°–3.7° (ปลาย) / 4.2°–5.4° (โคน)
  • จุดบาลานซ์: ค่อนมาด้านหน้า ช่วยคุมจังหวะ
  • Tip-to-Butt Ratio: ค่าสูง (55–60%) ช่วยเรื่องความรู้สึกและการปล่อยลูก

ก้านนี้เหมาะกับใคร?

Brava Speedflite NRG เหมาะกับคนที่อยากตีง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนสวิงหรือใช้แรงเพิ่ม

เหมาะสำหรับ:

  • คนที่มีสปีดสวิง 75–105+ MPH
  • คนที่อยากให้ลูกลอยสูงและมีสปิน
  • คนสวิงนิ่มที่ชอบฟีลนุ่ม ๆ
  • Senior Golfers หรือใครก็ตามที่ไม่อยากใช้ก้านหนัก

สรุปส่งท้าย

Brava Speedflite NRG เป็นก้านรุ่นแรกจาก BGT ในหมวดไดรเวอร์ และถือว่าเปิดตัวได้ดี ให้ความรู้สึกเบา นุ่ม และช่วยตีง่ายขึ้นจริง เหมาะกับคนที่อยากให้สวิงดู effortless แต่ยังได้ระยะและควบคุมดี

สนใจก้านไดรเวอร์ Brava ตัวนี้ สอบถามผมได้ทางไลน์ Line ID: @GolfShafts

รีวิวก้าน Mitsubishi Diamana RB: พลังนุ่มนวลเพื่อมุมเหินที่สูงขึ้น

รีวิวก้าน Mitsubishi Diamana RB: พลังนุ่มนวลเพื่อมุมเหินที่สูงขึ้น

Mitsubishi เปิดตัว Diamana RB ในฐานะสมาชิกใหม่ของตระกูลก้านระดับพรีเมียมอย่าง Diamana
ก้านรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟที่ต้องการมุมเหินสูงขึ้น พร้อมสปินที่มากพอให้ลูกลอยไกลขึ้น

เหมาะมากสำหรับคนที่มีสวิงนุ่มนวลหรือจังหวะปานกลาง
เราจะพาคุณไปรู้จักกับฟีลลิ่งของก้านรุ่นนี้ พร้อมเจาะลึกโครงสร้าง EI Profile ที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพ

ความประทับใจแรก: ดีไซน์เรโทรแต่ทันสมัย

ก้านรุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์ของ Diamana ด้วยลุคสีดำด้าน
กราฟิกสีขาวเงิน พร้อมลายดอกไม้ประจำแบรนด์ ช่วยให้ดูหรูแบบไม่ฉูดฉาด

ความต่างของรุ่น RB คือแถบสีแดงใต้โลโก้ “Red Board”
หากคุณเป็นคนชอบดีไซน์เรียบหรู รุ่นนี้ก็มีมุมมอง “logo down” ที่ดูสะอาดตาเวลาเซ็ตลูก

โปรไฟล์ก้านและเทคโนโลยี: สมดุลจากปลายถึงโคน

ก้าน Diamana RB ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและต่อเนื่อง

Model EI Area Deflection
(LBS. @ 4")
Tip/Butt
Ratio
Tip
Torque
Butt
Torque
Weight Balance Radial
Quality
Mitsubishi Diamana RB 43 S 15 4.4 50% 3.6° 5.5° 46.8 g 0.5" 100.0%
Mitsubishi Diamana RB 63 S 16 4.6 50% 2.2° 3.2° 62 g 0.6" 99.3%
Mitsubishi Diamana RB 63 X 17 5.1 49% 2.2° 3.2° 63.8 g 0.8" 99.7%
Mitsubishi Diamana RB 73 S 16 4.7 47% 1.9° 2.7° 73.3 g 0.7" 99.3%
Mitsubishi Diamana RB 73 X 17 5.0 48% 1.9° 2.7° 72.9 g 0.7" 99.6%
Mitsubishi Diamana RB 83 X 17 5.0 47% 1.7° 2.4° 82 g 0.9" 99.8%

จาก EI Profile ด้านบนจะเห็นว่า:

  • ส่วน Tip นุ่มกว่า ทำให้ช่วยสร้างมุมเหิน
  • ส่วน Butt แข็งกว่า ทำให้ยังคงความมั่นคงและถ่ายแรงได้ดี
  • EI Area อยู่ระดับ 15–17 ถือว่าอยู่ในกลุ่มกลางๆ แต่ต่อเนื่องไม่มีช่วงแข็งกระทันหัน
  • Tip-to-Butt Ratio อยู่ที่ประมาณ 47–50% บ่งบอกถึงความสมดุลในการงอก้าน
  • วัสดุพิเศษ 80-Ton Dialead Pitch Fiber บริเวณโคน ช่วยถ่ายพลังอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อสวิงอย่างลื่นไหล ก้านจะปล่อยพลังแบบ “Effortless” โดยไม่ต้องเร่งหรือบังคับ
ถ้าสวิงแรงเกินไป กลับจะเสียความรู้สึกและความแม่นยำ

ผลการใช้งานจริง: ลูกเหินสูง ตีไกลขึ้น

เมื่อทดสอบในสนามจริง ก้าน RB ให้ผลชัดเจน:

  • มุมเหินสูงขึ้นเฉลี่ย 2 องศา
  • เพิ่มสปินประมาณ 200 RPM เทียบกับรุ่น BB
  • ฟีลการงอของก้านเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่มีอาการ “ดีด” ที่ปลายจนควบคุมยาก

หากตีด้วยจังหวะนุ่มนวล ลูกกอล์ฟจะพุ่งลอยในแนวสูง แต่ยังมีแรงทะลุ
แต่ถ้าสวิงเร็วหรือรีบเกินไป ฟีลจะหาย และลูกจะไม่ตามที่หวังไว้

ใครเหมาะกับก้านรุ่นนี้?

Diamana RB เหมาะสำหรับ:

  • นักกอล์ฟที่มีสวิงนุ่มนวลหรือปานกลาง
  • คนที่อยากให้ลูกลอยสูงขึ้นเพื่อเพิ่มระยะ
  • คนที่อยากได้ฟีล “ตีง่าย แต่ไกล” โดยไม่สูญเสียการควบคุม

ไม่เหมาะสำหรับ:

  • นักสวิงสายบุก หรือคนที่ชอบ “ลากก้านแรงๆ”
  • ในกรณีนั้น Diamana WB จะตอบโจทย์มากกว่า

ตัวเลือก Flex และน้ำหนัก: ครบทุกกลุ่มนักกอล์ฟ

Mitsubishi วางไลน์อัป Diamana RB ได้หลากหลาย:

น้ำหนัก Flex ที่มีให้เลือก
43g R2, R, SR, S, X
53g, 63g R, SR, S, X, TX
73g, 83g S, X, TX

ตาราง EI ยังเผยข้อมูลที่น่าสนใจ:

  • Torque ช่วงปลายอยู่ที่ 1.7°–3.6° ยิ่งค่าน้อยยิ่งมั่นคง
  • Balance ดีมากในทุกน้ำหนัก (62–82g)
  • Radial Quality สูงมาก (99.5%–100%) บ่งบอกถึงคุณภาพวัสดุและกระบวนการผลิตที่เที่ยงตรง ก้านกลมเสมอกันดี แทบไม่ต้องตั้ง Spine

สรุปส่งท้าย: ลองแล้วอาจรักเลย

Diamana RB คือก้านที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด
ผสมผสานความนุ่มนวล ความเร็ว และความเสถียรได้อย่างลงตัว

อย่าลืมว่าทุกก้านไม่เหมาะกับทุกคน
ลอง fitting ก่อน แล้วดูว่ามันทำให้คุณตีดีขึ้นหรือไม่

แต่ถ้าคุณต้องการพลังระเบิดแบบไม่ต้องออกแรงมาก และลูกลอยในแนวสูงอย่างสวยงาม
Diamana RB อาจเป็นก้านที่คุณกำลังตามหา