รีวิวไดรเวอร์ PING G440 LST

รีวิวไดรเวอร์ PING G440 LST

บางคนอาจเคยเจอไดรเวอร์ที่ดูเท่ เสียงแน่น บอกว่าจะตีไกล แต่ถ้าเผลอตีไม่โดนกลางหน้าไม้เมื่อไหร่ โดนลงโทษเต็มๆ ใช่ไหมครับ?

แต่… PING G440 LST ไม่ใช่แบบนั้นเลย

ไม้รุ่นนี้เหมือนเพื่อนที่ทั้งเก่งทั้งเฟรนด์ลี่ ไม่หยิ่ง ไม่โหดจนเกินไป ถึงแม้จะเป็นรุ่น Low Spin แต่มันชดเชยความผิดพลาดกว่าที่คิด ผมจะพาไปรู้จักกันครับ ว่าทำไมเจ้าตัวนี้ถึงน่าลองขนาดนั้น

วิดีโอต้นฉบับ

PING G440 LST Driver FULL Forgiveness Review

วิธีการเปิด ซับไตเติล กดเล่นวิดีโอ หมุนโทรศัพท์ให้อยู่ในแนวนอน มองหา CC แล้วเลือก ภาษาไทย

หน้าตาดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

มาดูเรื่องดีไซน์กันก่อนครับ

หัวไม้ สีดำด้าน ดูสะอาด ไม่มีแสงสะท้อนให้รำคาญตา ไม่มีกราฟิกรกๆ ดูเท่แบบสุขุม เหมือนมันพร้อมจะลุยสนามทุกเมื่อ

บางคนอาจไม่ชอบเจ้า Turbulators ที่อยู่บนหัวไม้ แต่ผมว่ามันช่วยจัดแนวลูกดีนะ แล้วก็ทำให้ไม้ดูมีคาแรกเตอร์ด้วย เป็นเอกลักษณ์ของ PING เค้าแหละ

ขนาดหัวเล็กลง แต่มั่นใจเต็มร้อย

G440 LST มีขนาดหัวอยู่ที่ 450cc เล็กกว่ารุ่น MAX กับ SFT นิดหน่อย และสั้นจากหน้าไปหลังลง 1/8 นิ้ว เล็กน้อย แต่ตรงนี้แหละที่ทำให้หน้าไม้ดูสูงขึ้น และ วางลูกแล้วมั่นใจขึ้นเยอะ

ทรงของหัวไม้ก็ดูสมดุล ไม่เอียงไปทางส้นเหมือนบางรุ่น พูดง่ายๆ คือ ตั้งลูกแล้วรู้สึกมั่นใจ พร้อมปล่อยของได้เต็มที่

เสียงและสัมผัสที่นุ่มแน่นเกินคาด

ตีครั้งแรกก็สัมผัสได้เลยครับ

เสียงของมันคือ เงียบมาก เงียบแบบแปลกใจเลย ไม่ว่าจะตีใน indoor หรือกลางแจ้ง เสียงจะออกแนว “ตุ๊บ” หนักๆ แน่นๆ ฟังแล้วรู้สึกดี

ไม่ใช่เสียงเหล็กกระทบกัน ไม่ดังแหลม แค่เป็นเสียงที่บอกว่า “โอเค นายตีโดนแล้วนะ”

สัมผัสก็สุดยอดครับ ตีแล้วรู้เลยว่าลูกโดนตรงไหนของหน้าไม้ และถ้าโดนกลางเต็มๆ นี่คือ รู้สึกเหมือนระเบิดพลังในมือเลย

ควบคุมสปินได้ดั่งใจ

ชื่อรุ่นก็บอกอยู่แล้วว่า “LST – Low Spin Technology”

เหมาะมากสำหรับคนที่มี สปีดสวิงสูง หรือชอบตีลูกลอยเยอะเกินไป เพราะไม้รุ่นนี้ช่วยลด Spin ลงได้เฉลี่ยประมาณ 300 RPM บางคนอาจลดได้ถึง 400 RPM ด้วยซ้ำ

  • แล้วมันช่วยอะไรบ้าง?
  • วิถีลูกพุ่งต่ำ ไม่ลอยฟ้า
  • ต้านลมน้อยลง
  • ลูกตกแล้วไหลต่อ
  • ระยะรวมอาจเพิ่มขึ้นหลายหลาเลย

ใครที่กำลังตามหาความไกลแบบคอนโทรลได้ ไม้นี้ตอบโจทย์ครับ

ให้อภัยแบบไม่ต้องเสียฟีลลิ่ง

โดยปกติไม้ไดรเวอร์แบบ Low Spin มักจะชดเชยความผิดพลาดน้อย ตัไม่เข้ากลางนี่ ออก ซ้าย ขวา ระยะหาย แต่ G440 LST นี่แหละที่แตกต่าง

ตีไม่โดนกลางก็ยังพอไปรอดครับ Ball Speed ไม่ตกเยอะ วิถีลูกยังตรงอยู่มาก การกระจาย (dispersion) ก็แคบมาก

ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับ G440 MAX แน่นอนว่ารุ่น MAX ให้อภัยมากกว่า แต่นั่นคือไม้ที่เน้น forgiveness เต็มๆ แต่เทียบกับ Low Spin รุ่นอื่นๆ G440 LST ถือว่า ใจดีมาก

ปรับแต่งได้เยอะตามสไตล์

สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคือความ ปรับแต่งได้เยอะมาก

มีตุ้มน้ำหนักขนาด 29 กรัม ที่ขยับได้ 3 ตำแหน่ง: Fade, Neutral, Draw ทำให้เราสร้างวิถีลูกได้ตามต้องการ

Hosel ก็ปรับได้เช่นกัน ปรับ องศาหน้าไม้ ±1.5° และ Lie Angle ได้ถึง 3°

ส่วนเรื่องก้าน PING ก็มีให้เลือกเพียบ เช่น:

  • PING Alta CB Blue (46″)
  • PING Tour 2.0 (45.5″)
  • Denali Red
  • Mitsubishi TENSEI 1K Black

ไม้รุ่นนี้มาพร้อมกับ Swing Weight D4

สรุป – ไม้นี้เหมาะกับใคร?

ถ้าคุณเป็นนักกอล์ฟที่อยากลดสปิน แต่ยัง อยากได้ฟีลดี เสียงนุ่ม และความแม่นยำ ไปด้วย ผมว่าคุณควรลองตี PING G440 LST ดูครับ

มันไม่ได้เหมาะแค่พวกฝีมือดีเท่านั้น นักกอล์ฟระดับกลางๆ ก็ใช้ได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบวิถีลูกพุ่งๆ

สรุปง่ายๆ – ไม้นี้เท่ก็จริง แต่ไม่เย่อหยิ่ง เป็นเพื่อนที่ดีเวลายืนบนแท่นทีออฟเลยครับ

ลองไปตีดูสิครับ แล้วคุณอาจจะตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว

ก้านไดรเวอร์ Speeder NX Green, Blue หรือ Black? เลือกอันไหนดี?

ก้านไดรเวอร์ Speeder NX Green, Blue หรือ Black? เลือกอันไหนดี?

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?

ตีดีทุกอย่าง แต่บอลไม่พุ่ง
บางวันลอยโด่ง บางวันวูบต่ำ
ทั้งที่สวิงก็เหมือนเดิมทุกครั้ง

ถ้าใช่… ผมมีคำตอบง่ายๆ ให้คุณครับ
“ลองดูที่ก้านไม้สิ”

เพราะก้านไม้คือหนึ่งในส่วนสำคัญที่ถูกมองข้ามมากที่สุด ทั้งที่มันมีผลต่อฟีลลิ่งและทิศทางแบบสุดๆ

วันนี้ผมอยากพาไปรู้จักกับก้านไม้ที่นักกอล์ฟทั่วโลกกำลังพูดถึง
Fujikura Speeder NX Series – Blue, Green และ Black
แต่ละรุ่นออกแบบมาเพื่อ “สวิงที่แตกต่าง” โดยเฉพาะ

Speeder NX คืออะไร? ทำไมถึงน่าใช้

Speeder NX คือ “ก้านเจเนอเรชันใหม่” จาก Fujikura
เค้าใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า VTC – Variable Torque Core

อธิบายง่ายๆ ก็คือ
เค้าปรับระดับความบิดตัวของก้านในแต่ละส่วน
ทำให้ได้ความมั่นคงมากขึ้น แต่ยังคงฟีลลิ่งที่ดีเวลาตี

ลองนึกภาพว่าคุณตีแล้วรู้สึกว่าก้าน “ไม่สั่น ไม่วูบ ไม่ดีดเกิน”
มันช่วยให้พลังจากสวิงของคุณไปถึงลูกได้เต็มที่
ตีได้แน่นขึ้น ไกลขึ้น และตรงขึ้น

และแน่นอน Fujikura ยังเลือกใช้ carbon เกรดสูงสุด
ทั้งเบา ทั้งแข็งแรง ทั้งให้ฟีลดี
เรียกว่าก้านนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แน่นอน

Speeder NX Blue – สเปคกลางๆที่ใครก็ใช้ได้

อยากได้ก้านที่ตีง่าย? ตอบสนองดี? ใช้ได้หลายจังหวะ?
NX Blue คือคำตอบครับ

มันถูกออกแบบมาให้มี launch และ spin ระดับกลาง
เหมาะกับนักกอล์ฟที่มีจังหวะกลางๆ ไม่ช้า ไม่เร็วเกินไป
หรือใครที่อยากให้ก้านช่วย “ปรับสมดุลให้วงสวิง”

Blue คือก้านที่ ใช้ง่ายที่สุดในซีรีส์
ให้ความรู้สึก smooth ไม่แข็ง ไม่ดีด
เหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการทั้งระยะและการคุมทิศทาง

ลองดูว่าคุณเป็นแบบนี้ไหม:

  • เล่นก้านเดิมแล้วรู้สึกไม่ค่อยแน่น
  • อยากได้ launch ที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
  • ต้องการก้านที่ใช้ได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อย

ถ้าใช่… Blue อาจเป็นก้านคู่ใจของคุณครับ

Speeder NX Green – สวิงแรง ต้องการลูกพุ่ง

Green คือตัวเลือกของนักกอล์ฟที่ สวิงแรง จังหวะเร็ว ปล่อย release ชัด

ก้านรุ่นนี้มีความพิเศษคือ:

  • ส่วนด้าม (handle) แข็งขึ้น
  • ส่วนปลาย (tip) นุ่มลง
  • ให้ launch ต่ำ / spin ต่ำ

มันเหมาะกับคนที่อยากตีลูกพุ่งต่ำ ตัดลม คุมทิศทาง

ลูกค้าหลายคนของผมบอกว่า
“ตีแล้วรู้เลยว่าลูกพุ่งกว่าเดิม”
“แรงไม่หาย ฟีลยังดี”

ใครที่เคยรู้สึกว่าก้านเดิมมันนิ่มไปหรือบิดตัวเยอะเกิน
Green จะช่วยให้คุณมั่นใจมากขึ้นทุกช็อต

Speeder NX Black – สายควบคุมชอบแน่นๆ

ถ้าคุณชอบลูกพุ่ง เตี้ย ควบคุมง่าย
ไม่หลุด ไม่บิด
คุณอาจตกหลุมรัก NX Black

มันคือก้านที่ แข็งสุดในกลุ่ม
ให้ทั้ง launch และ spin ต่ำที่สุด
และที่สำคัญ… มันยัง “ตีแล้วไม่กระด้าง”

หลายคนกลัวว่าก้านแข็งจะตีไม่สนุก
แต่ Black กลับให้ความรู้สึก “แน่นแต่ไม่แข็งเกิน”
คุมได้ดี ตีได้ไกล และฟีลลิ่งยังอยู่ครบ

เหมาะกับนักกอล์ฟที่:

  • มี swing speed สูง
  • อยากลด spin
  • ต้องการ trajectory แบบทัวร์

แล้วเราควรเลือกยังไงดี?

อันนี้สำคัญครับ
ก้านที่ใช่สำหรับคนอื่น อาจไม่ใช่สำหรับคุณ

อย่าดูแค่ launch หรือ spin
ต้องดูว่าเข้ากับจังหวะของคุณไหม

ผมแนะนำง่ายๆ แบบนี้:

  • Blue – กลางๆ สมดุล ใช้ง่าย เหมาะกับทุกระดับ
  • Green – สวิงแรง จังหวะเร็ว ต้องการลูกพุ่ง
  • Black – คุมทิศ คุมสปิน จังหวะเร็ว จบเกมด้วย precision

แต่ดีที่สุดคือ
ไปลองจริงครับ
หากร้านฟิตติ้ง ที่มี launch monitor
ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที… แต่เปลี่ยนเกมของคุณได้เลย

สรุป: เลือกก้านให้ใช่ แล้วสวิงคุณจะง่ายขึ้นเยอะ

Fujikura Speeder NX ไม่ได้แค่เปลี่ยนสี
แต่มันออกแบบมาเพื่อรองรับ ทุกจังหวะสวิง

Blue, Green, Black — ไม่มีตัวไหนดีกว่ากัน
มีแต่ “ตัวที่เหมาะกับคุณที่สุด”

ลองเลือกให้ตรงกับสไตล์
หรือให้ club fitter ช่วยดู
ผมรับรองเลยว่า…

แค่เปลี่ยนก้าน ผลลัพธ์เปลี่ยนแบบไม่น่าเชื่อ

คุณกินโปรตีนพอหรือยัง? (บอกเลยว่า…น่าจะยังไม่พอ!)

คุณกินโปรตีนพอหรือยัง? (บอกเลยว่า…น่าจะยังไม่พอ!)

พูดแบบตรง ๆ นะครับ หลายคนคิดว่าตัวเอง “น่าจะ” กินโปรตีนได้เพียงพอในแต่ละวันอยู่แล้ว
แต่ความจริงคือ…

เกือบทุกคน “ไม่พอ” ครับ!

คุณอาจกินอกไก่ตอนเที่ยง กินโยเกิร์ตตอนเย็น แล้วคิดว่าโอเคแล้ว
แต่โปรตีนไม่ได้มีไว้แค่เสริมกล้าม
มันคือหัวใจของสุขภาพเลยต่างหาก!

อยากแข็งแรงตอนแก่ อยากตีไกลไดร์ฟตรง สุขภาพดี ไปจนถึงอายุ 70-80 แบบไม่ปวดหลัง?
เริ่มจากการกินโปรตีนให้พอครับ

โปรตีนคือทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องกล้ามเนื้อ
เราเคยได้ยินกันว่า “โปรตีนช่วยสร้างกล้าม”
ก็ใช่ครับ แต่นั่นแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นเอง

ลองนึกภาพร่างกายคุณเหมือนโรงงาน
ทุกส่วนที่ขยับได้ ทุกระบบที่ทำงานได้ ล้วนต้องใช้โปรตีนเป็นองค์ประกอบ
ผิวหนัง? ใช่เลย
เล็บ ผม กล้ามเนื้อ? ก็ใช่
ฮอร์โมน เช่น อินซูลิน? ใช่อีก
แม้แต่เอนไซม์ที่คอยซ่อม DNA ตอนที่เซลล์เสียหาย? ก็โปรตีนอีกนั่นแหละ!

ถ้าคุณกินโปรตีนไม่พอ ร่างกายไม่ได้แค่ “ไม่โต”
แต่มันจะเริ่มย่อยของเดิมใช้แทน
ซึ่งหมายถึงกล้ามเนื้อของคุณนั่นแหละที่โดนเอาไปใช้

ร่างกายไม่ได้รอคุณกินเพิ่ม มันแค่เอาของเดิมมาใช้ก่อนเลย

นี่คือเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน
ถ้าคุณไม่ส่งวัตถุดิบ (โปรตีน) ให้ร่างกายอย่างพอเพียง
มันจะไม่หยุดรอ
แต่มันจะดึงกล้ามเนื้อของคุณมาแปรรูปทันที!

และพอเวลาผ่านไป เราจะเริ่มสังเกตได้เลยว่า

  • ยกของไม่ค่อยไหว
  • เดินนาน ๆ แล้วรู้สึกเพลีย
  • กล้ามหาย
  • พุงมาแทน
  • คุมระดับน้ำตาลไม่ได้

ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจาก “แค่กินโปรตีนไม่พอ” เท่านั้นเองครับ

ตัวเลขแนะนำเดิม ๆ ล้าสมัยไปแล้วครับ

เคยได้ยินไหมว่า “กินโปรตีนวันละ 0.8 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมก็พอ”?
คำแนะนำนั้น… เอาไว้แค่ไม่ให้คุณขาดสารอาหารตายเท่านั้นเอง

แต่ถ้าคุณอยาก รักษากล้ามเนื้อ, ควบคุมน้ำตาล, เพิ่มระบบเผาผลาญ

คุณต้องอัปเกรดเป้าหมายขึ้นครับ!

👉 เป้าหมายใหม่ที่ควรตั้งคือ 1.6 – 2 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว
หรือถ้าคิดแบบง่าย ๆ คือ
👉 1 กรัมของโปรตีนต่อ 1 ปอนด์ของน้ำหนักตัวคุณ

ยกตัวอย่าง: ถ้าคุณหนัก 70 กิโลกรัม
คุณควรกินประมาณ 140 กรัมของโปรตีนต่อวัน

ฟังดูเยอะ? ใช่ครับ
แต่ไม่เกินความสามารถแน่นอน

จะกินยังไงให้ถึงเป้า? มาเล่นเกมล่าพลังโปรตีนกัน

นี่คือส่วนที่สนุกครับ

คุณไม่จำเป็นต้องนั่งกินไก่ 5 ชิ้นทุกมื้อ
แค่รู้จักแหล่งโปรตีนดี ๆ คุณก็ทำได้

ลองใช้ของพวกนี้ครับ:

  • ไข่ต้ม (6 กรัมต่อฟอง)
  • อกไก่ย่าง (30 กรัมต่อชิ้นกลาง ๆ)
  • โยเกิร์ตกรีก (20 กรัมต่อถ้วย)
  • ถั่วเลนทิล (18 กรัมต่อถ้วย)
  • เต้าหู้ขาว (10 กรัมต่อ 100 กรัม)
  • เวย์โปรตีน (20–30 กรัมต่อสกู๊ป)

เคล็ดลับคือการ “ผสมผสานให้ลงตัว”
กินไข่ตอนเช้า โยเกิร์ตเป็นของว่าง
เอาเต้าหู้ใส่ในแกง หรือเอาเวย์มาทำสมูทตี้

สะสมวันละนิด แล้วคุณจะเข้าใกล้เป้าแบบไม่รู้ตัวเลยครับ

กินตอนไหนดีที่สุด? คำตอบคือ “ตลอดทั้งวัน”

โปรตีนไม่ได้ใช้หมดในคราวเดียวครับ
ร่างกายของคุณดูดซึมได้ดีสุด เมื่อคุณ “แบ่งกินเป็นรอบ ๆ”

ลองวางแผนแบบนี้ดูครับ:
🍳 มื้อเช้า – ไข่ 2 ฟอง + เวย์เชค
🥗 มื้อกลางวัน – อกไก่ + สลัดควินัว
🍛 มื้อเย็น – ปลาแซลมอน + เต้าหู้ย่าง
🍦 ของว่าง – โยเกิร์ตกรีก หรือคอทเทจชีส

หลังออกกำลังกายก็อย่าลืมนะครับ
กินโปรตีนช่วงนี้จะช่วยซ่อมแซมกล้ามได้ดีที่สุด
แต่ไม่ต้องรีบกินภายใน 10 นาทีเหมือนที่เขาเคยบอกกัน
คุณมีเวลาหลายชั่วโมงเลยครับ ไม่ต้องตื่นเต้น!

กินเยอะไปอันตรายไหม? ขอตอบแบบไม่ต้องอ้อม: “ไม่ครับ”

ข่าวลือเรื่องโปรตีนทำลายไต เป็นเรื่องที่แพร่กระจายมายาวนาน
แต่ถ้าคุณไม่ได้มีโรคไตมาก่อน และไม่ได้กิน “เวย์ 10 สกู๊ป + ไข่ 40 ฟอง” ทุกวัน
คุณปลอดภัยครับ

จริง ๆ แล้วสิ่งที่อันตรายกว่าคือ…
การกินโปรตีน “ไม่พอ” ต่างหาก

มันทำให้คุณอ่อนแอ ไขมันพอก ความอยากอาหารพุ่ง
แถมยังเสี่ยงโรคเบาหวานในอนาคตอีก

สรุป: ถ้าอยากแข็งแรงและดูดีแบบยาว ๆ โปรตีนคือคำตอบ

ถ้าคุณอยาก…
✅ ร่างกายแข็งแรง
✅ เผาผลาญดี
✅ ไม่พุง ไม่อ่อนแรง
✅ ไม่หิวบ่อย
✅ สุขภาพดีแบบยาวนาน

เริ่มด้วยการเพิ่มโปรตีนครับ

อย่ารอให้ป่วย หรือรอให้กล้ามเนื้อหายไป
แค่เพิ่มไข่ตอนเช้า เตรียมเวย์ไว้ติดบ้านไว้
คุณจะรู้สึกได้เลยว่า พลังในตัวคุณเปลี่ยนไปจริง ๆ 💪⛳

รีวิวก้านไฮบริด Fujikura Ventus – เลือกก้านที่ใช่สำหรับเกมของคุณ!

รีวิวก้านไฮบริด Fujikura Ventus – เลือกก้านที่ใช่สำหรับเกมของคุณ!

ถ้าคุณรู้สึกว่าไฮบริดของคุณไม่ค่อยเสถียร อาจไม่ใช่ปัญหาที่วงสวิงของคุณ แต่อาจเป็นเพราะก้านที่ใช้อยู่! วันนี้ผมมาทดสอบก้านไฮบริด Fujikura Ventus ทั้ง 3 รุ่น – Red, Blue และ Black เพื่อช่วยให้คุณเลือกก้านที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณ มาดูกันเลย!

ทำไมก้านไฮบริดถึงสำคัญกว่าที่คิด?

นักกอล์ฟส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับ ก้านไดรเวอร์ เป็นหลัก แต่กลับมองข้าม ก้านไฮบริด ซึ่งเป็นหัวไม้ที่ช่วยให้เกมยาวของคุณมีความเสถียรมากขึ้น

ลองนึกภาพดู—คุณต้องตีช็อตยาวข้ามน้ำ หรือพยายามตีให้ลูกตกบนกรีนอย่างนุ่มนวล แต่ถ้าก้านของคุณไม่เหมาะกับสไตล์การสวิง โอกาสพลาดก็สูงขึ้นทันที ผมเป็นบ่อยๆ 5555

Fujikura เข้าใจเรื่องนี้ดี และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขานำ เทคโนโลยี Ventus ที่ได้รับความนิยมในก้านไดรเวอร์มาปรับใช้กับก้านไฮบริด เพิ่มความเสถียร ให้ฟีลลิ่งที่แน่น และช่วยให้คุณตีช็อตยาวได้แม่นยำขึ้น

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Fujikura Ventus Hybrid

ก่อนพูดถึงประสิทธิภาพ ขอพูดถึง งานดีไซน์ กันก่อน! Fujikura Ventus Hybrid มากับ ผิวด้านแบบ Phantium Finish ที่ดูพรีเมียมสุด ๆ

📌 จุดเด่นของดีไซน์:
✅ งานสีด้านสวยงาม ดูหรูหรา
✅ โลโก้และกราฟิกมีความเรียบง่าย ไม่รกลูกตา
✅ ใต้ก้านไม่มีโลโก้ ทำให้ได้มุมมองที่สะอาดตาเวลาจรดลูก

Fujikura Ventus Hybrid ทั้ง 3 รุ่น ต่างกันยังไง?

Fujikura ออกแบบก้านไฮบริดมา 3 รุ่น เพื่อตอบโจทย์นักกอล์ฟที่มีสไตล์การเล่นต่างกัน

1️⃣ Ventus Red HB – ลอยง่าย สปินสูง
เหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการ ให้ลูกลอยสูงและตกนุ่ม
มีความยืดหยุ่นที่ปลายก้าน ช่วยเพิ่มการดีดตัว
เหมาะกับ นักกอล์ฟที่สวิงนุ่มนวล หรือคนที่ต้องการเพิ่มสปิน
2️⃣ Ventus Blue HB – สมดุล ลงตัว
เป็นก้านที่ให้ฟีลลิ่ง กลาง ๆ ไม่แข็งไป ไม่อ่อนไป
เหมาะกับนักกอล์ฟที่ต้องการ ทั้งความเสถียรและความสามารถในการควบคุมลูก
ให้วิถีลูกระดับ กลาง และช่วยให้ตีช็อตได้หลากหลาย
3️⃣ Ventus Black HB – แรง ทรงพลัง สปินต่ำ
เหมาะกับนักกอล์ฟที่มี สวิงสปีดสูง และชอบตีเต็มวง
ให้วิถีลูกพุ่งต่ำ สปินต่ำ เหมาะสำหรับตีแฟร์เวย์ยาว ๆ
ต้องการแรงปะทะสูงเพื่อดึงศักยภาพออกมาเต็มที่

ผลการทดสอบในสนาม

ผมได้ทดสอบทั้ง 3 รุ่น ในก้าน 80 กรัม X-flex เพื่อให้เปรียบเทียบได้อย่างแม่นยำ

ความรู้สึกและผลลัพธ์ที่ได้:
✅ เสถียรมาก – ก้านทุกตัวให้ความรู้สึกแน่น ไม่บิดตัวง่าย
✅ ตีได้แม่นยำ – ลูกออกไปในแนวที่ต้องการ ไม่ค่อยมีลูกเสีย
✅ ฟีลลิ่งนุ่มนวล – แม้แต่ Ventus Black ที่แข็งสุดก็ยังให้ฟีลลิ่งที่ดี

ผลลัพธ์ตรงตามที่ Fujikura เคลมไว้เป๊ะ! Ventus Red ให้วิถีลูกสูง Ventus Blue สมดุลที่สุด และ Ventus Black ให้ช็อตพุ่งแรงสุด ๆ

ก้านที่ดีที่สุดสำหรับผม? Ventus Blue HB!

ตั้งแต่ช็อตแรกที่ผมตีด้วย Ventus Blue HB ผมรู้ทันทีว่านี่แหละคือก้านที่เหมาะกับผม

🎯 จุดเด่นของ Ventus Blue HB:

คุมทิศทางง่าย – ลูกพุ่งไปในทางที่ต้องการ แทบไม่มีลูกออกซ้าย-ขวา
วิถีลูกปานกลาง – สามารถปรับให้สูงขึ้นหรือต่ำลงได้ง่าย
ตีช็อตหลากหลายได้ดี – จะตีดรอว์ เฟด หรือตรง ๆ ก็ได้หมด
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าควรเลือกก้านไหน ผมแนะนำว่า เริ่มจาก Ventus Blue HB ก่อน เพราะเป็นก้านที่เล่นง่ายและเหมาะกับนักกอล์ฟหลากหลายระดับ

เลือกก้านไฮบริด Ventus รุ่นไหนดี?

🔹 เลือก Ventus Red ถ้าคุณ…
✔️ ต้องการ ให้ลูกลอยสูงและตกนุ่ม
✔️ มีสไตล์สวิงที่นุ่มนวล ต้องการเพิ่มสปิน

🔹 เลือก Ventus Blue ถ้าคุณ…
✔️ ต้องการก้านที่ ให้ความสมดุล ตีง่าย ควบคุมง่าย
✔️ อยากให้เกมไฮบริดของคุณมีความเสถียรและคาดเดาได้

🔹 เลือก Ventus Black ถ้าคุณ…
✔️ มีสวิงสปีดสูง ชอบตีแรง ๆ
✔️ ต้องการให้ลูกพุ่งต่ำ สปินน้อย

แต่ ทางที่ดีที่สุดคือต้องลองเอง! Fujikura มีตัวเลือกน้ำหนัก 60g – 100g และหลายระดับความแข็ง (R, S, X) อย่าลืมไป ฟิตติ้งก้านให้เหมาะกับคุณที่สุด

สรุป: ก้านไฮบริดที่ใช่ สามารถเปลี่ยนเกมของคุณได้!

ไฮบริดคืออาวุธลับในถุงกอล์ฟ ที่ช่วยให้คุณตีช็อตยาวได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าก้านไม่เหมาะ เกมของคุณก็อาจเสียไป

Fujikura Ventus Hybrid มีตัวเลือกให้เหมาะกับ ทุกสไตล์การเล่น ไม่ว่าคุณจะต้องการ ลูกลอยสูง (Red), สมดุล (Blue), หรือพุ่งแรง (Black)

👉 อย่าปล่อยให้ไฮบริดของคุณเป็นจุดอ่อน! ไปลองก้าน Ventus Hybrid แล้วค้นหาก้านที่เหมาะกับคุณที่สุด!

⛳ Have a good day!

วิธีที่ฉลาดกว่าในการใช้ยา GLP-1 เพื่อลดน้ำหนัก (โดยไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง!)

วิธีที่ฉลาดกว่าในการใช้ยา GLP-1 เพื่อลดน้ำหนัก (โดยไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง!)

ช่วงนี้ยา GLP-1 อย่าง Ozempic, Wegovy และ Mounjaro กำลังเป็นที่พูดถึงไปทั่ว ทั้งคนดัง แพทย์ และใครก็ตามที่อยากลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน โฆษณาก็ล้นโซเชียล มีคนลดน้ำหนักได้เป็นสิบกิโลกรัมภายในไม่กี่เดือน ฟังดูดีใช่ไหม?

แต่คำถามคือ เราใช้ยาพวกนี้ถูกต้องหรือเปล่า?

เพราะถ้าบางอย่างดูดีเกินจริง มันมักจะมีข้อเสียที่ถูกมองข้ามอยู่เสมอ จริงไหม? แม้ว่ายา GLP-1 จะช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่มันก็มาพร้อมกับ ความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต, การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ, ปัญหาทางเดินอาหาร และประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่อใช้ไปนานๆ

ข่าวดีคือ มีวิธีที่ฉลาดกว่าในการใช้ยาเหล่านี้ ที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้โดยไม่ทำลายสุขภาพในระยะยาว มาดูกันว่าทำได้อย่างไร

วิดีโอต้นฉบับ

Using GLP-1 Drugs like Ozempic & Mounjaro Better – A Smarter Weight Loss Strategy

วิธีการเปิด ซับไตเติล กดเล่นวิดีโอ หมุนโทรศัพท์ให้อยู่ในแนวนอน มองหา CC แล้วเลือก ภาษาไทย

GLP-1 ทำงานอย่างไร (และทำไมมันไม่ใช่แค่ “ยาวิเศษ”)

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า GLP-1 ทำงานอย่างไร

ยาเหล่านี้เลียนแบบ ฮอร์โมน GLP-1 (glucagon-like peptide-1) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระบบเผาผลาญ เมื่อเรากินอาหาร ฮอร์โมนนี้จะช่วย

✅ ชะลอการย่อยอาหาร ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้นและรู้สึกอิ่มนานกว่าเดิม
✅ ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยลดการหลั่งของฮอร์โมนกลูคากอน (glucagon) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการปล่อยน้ำตาลจากตับ
✅ ลดความอยากอาหาร โดยส่งสัญญาณไปที่สมองให้กินน้อยลง

แต่ปัญหาคือยา GLP-1 เพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนนี้จนเกินไป ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะ “ลดความอยากอาหาร” เป็นเวลาหลายวัน แทนที่จะเป็นเพียงไม่กี่นาทีตามปกติ ผลลัพธ์? น้ำหนักลดลงจริง แต่ก็มีผลข้างเคียงตามมา

ความเสี่ยงที่ไม่มีใครบอก: สุขภาพจิต มวลกล้ามเนื้อ และอื่นๆ

ยา GLP-1 อาจช่วยลดน้ำหนัก แต่ต้องแลกกับอะไรบ้าง?

❌ ความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต – งานวิจัยที่ศึกษากว่า 160,000 คน พบว่ายา GLP-1 มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของโรคทางจิตเวชถึง 98% รวมถึง:

📉 โรคซึมเศร้าพุ่งสูงขึ้น 195%
😟 ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น 108%
⚠ ความคิดฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 106%
ยาพวกนี้ไม่ได้ลดแค่ความอยากอาหาร แต่มันอาจลดความอยากทำสิ่งที่เคยสนุกไปด้วย—หมดอารมณ์ทำงานอดิเรก ไม่อยากเข้าสังคม หรือแม้แต่ไม่รู้สึกสนุกกับชีวิต

💪 สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ – อันตรายกว่าที่คิด
งานวิจัยพบว่า 40% ของน้ำหนักที่หายไปจากยา GLP-1 มาจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แค่ไขมัน! และกล้ามเนื้อเป็นตัวช่วยเผาผลาญพลังงานที่สำคัญ ถ้าสูญเสียมากเกินไป อาจทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลงและส่งผลต่อความแข็งแรงในระยะยาว

⚡ ประสิทธิภาพลดลงเมื่อใช้ไปนานๆ
งานวิจัยพบว่า หลังใช้ยา GLP-1 เป็นเวลา 2 ปี ความหิวและความอยากของหวานกลับมาเท่ากับตอนก่อนใช้ยา แม้ว่าจะยังใช้ยาอยู่ก็ตาม และคนที่เลิกใช้มักจะกลับมาอ้วนขึ้นอีก ประมาณ 30% ของน้ำหนักที่เคยลดไป

🤢 ปัญหาทางเดินอาหาร
ยานี้ทำให้การย่อยอาหารช้าลงมากจนบางคน มีอาการท้องอืด คลื่นไส้ ท้องผูก หรือแม้แต่กระเพาะอาหารเป็นอัมพาต ซึ่งอาจร้ายแรงถึงชีวิตได้

ปัญหาที่แท้จริง: ความอยากอาหารที่ควบคุมไม่ได้ & อาหารยุคใหม่

หลายคนคิดว่าตัวเอง “ไม่มีวินัยในการกิน” แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องของ การตอบสนองต่อคาร์โบไฮเดรต

งานวิจัยพบว่า คนอ้วนมีการตอบสนองของ GLP-1 ต่อคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำกว่าคนผอม นั่นหมายความว่า เมื่อกินแป้งหรือน้ำตาล ร่างกายจะไม่ส่งสัญญาณว่าอิ่ม ทำให้กินต่อไปได้เรื่อยๆ

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม อาหารแปรรูป อย่าง ขนมปัง ขนมหวาน และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง ถึงทำให้เรากินเกินความจำเป็น

ดังนั้น ถ้ายา GLP-1 สามารถช่วยลดความอยากแป้งและน้ำตาลได้ วิธีใช้ที่ฉลาดกว่าคือควบคุมความอยากโดยไม่ต้องกดความหิวจนหมดสิ้น

วิธีที่ฉลาดกว่า: ใช้ยาให้น้อย แต่ได้ผลลัพธ์สูงสุด

✅ ใช้ยาในปริมาณต่ำสุดที่ได้ผล – แทนที่จะใช้ 2.4 mg ของ semaglutide ลองใช้ 0.25 mg เพื่อช่วยลดความอยากแป้งโดยไม่กดความหิวทั้งหมด

✅ ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ – การออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน (resistance training) อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น

✅ เปลี่ยนวิธีการกิน – ลดคาร์โบไฮเดรต เน้นโปรตีนและไขมันดี เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา อะโวคาโด

✅ หยุดยาเป็นช่วงๆ – หลังใช้ยา 3-6 เดือน ค่อยๆ ลดปริมาณและหยุดใช้ เพื่อลองดูว่าร่างกายสามารถควบคุมความอยากได้เองหรือไม่

The Feel Great Program – วิธีลดน้ำหนักที่ยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งยา

💡 โฟกัสที่สุขภาพเมตาบอลิซึม ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตราชั่ง
💡 ลดความอยากแป้งตามธรรมชาติ ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง
💡 รักษากล้ามเนื้อ – ไม่ต้องกลัวผอมแล้วดูโทรม

หากคุณต้องการลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องพึ่งยา The Feel Great Program คือทางเลือกที่ดีที่สุด!

🎯 พร้อมเปลี่ยนแปลงสุขภาพของคุณ? ลองดู The Feel Great Program วันนี้!

บทสรุป: ใช้ยาอย่างฉลาด อย่าติดกับดักการลดน้ำหนักระยะสั้น

ยา GLP-1 อาจเป็นเครื่องมือที่ดี ถ้าใช้ให้ถูกวิธี แทนที่จะใช้เพื่อกดความอยากทั้งหมด ใช้มันเพื่อ ควบคุมความอยากแป้งและสร้างนิสัยการกินที่ดีขึ้น

🚀 ลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งยา! ลอง The Feel Great Program วันนี้!